Real Madrid

posted on 14 Jan 2009 09:23 by 15plus

 

 

 

 

สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด    

สโมสรฟุตบอลเรอัลมาดริด (Real Madrid Club de Fútbol) หรือที่รู้จักกันในชื่อ เรอัลมาดริด, ราชันชุดขาว หรือ รีลมาดริด เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศสเปน ตั้งอยู่ที่กรุงมาดริดเมืองหลวงของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1902 เล่นในลาลีกา และเป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในวงการฟุตบอลศตวรรษที่ 20 โดยสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาได้ทั้งสิ้น 30 สมัย ถ้วยโกปาเดลเรย์ 17 ครั้ง และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของรายการ นอกจากนั้น เรอัลมาดริดยังได้เป็นสมาชิกของกลุ่มจี-14 ซึ่งเป็นกลุ่มของสโมสรฟุตบอลชั้นนำของยุโรปอีกด้วย[7]

สนามเหย้าของสโมสรคือสนามซานเตียโก เบร์นาเบว อันมีชื่อเสียงแห่งกรุงมาดริด เรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่มีสมาชิก (socios) เป็นเจ้าของและเป็นผู้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1902 ซึ่งแตกต่างกับสโมสรส่วนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ค.ศ. 2000 ฟีฟ่าได้จัดว่าเรอัลมาดริดเป็นสโมสรที่ดีที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20[8]

ราชันชุดขาวนั้นเป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการแข่งขันของยูฟ่าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 9 สมัยและยูฟ่าคัพ 2 สมัย ซึ่งมากกว่าสโมสรอื่น ๆ ทุกสโมสร [9] มีเพียงโทรฟี่ยุโรปเดียวที่เรอัลมาดริดยังไม่เคยได้ นั่นคือ ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ ซึ่งพวกเขามีสิทธิ์เล่น 2 ครั้งแต่ก็พ่ายไปทั้งสองนัดโดยครั้งแรกแพ้ให้กับเชลซี 2-1 ในปี ค.ศ. 1971 และเสมอ 1-1 ในนัดแรกก่อนที่จะแพ้ 1-0 ในนัดที่สองให้กับอาเบอร์ดีนด้วยประตูรวม 2-1 ในปี ค.ศ. 1983

เรอัลมาดริดยังเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในโลกจากกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 2007[10] และยังเป็นสโมสรที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย[11]

เรอัลมาดริดเคยเดินทางมาเตะกับทีมชาติไทยในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ผลการแข่งขันเรอัลมาดริดชนะไป 1-2 ประตู

 

         

รุดกับปลายทางที่รีล มาดริด

หลังจากที่ปล่อยให้คาราคาซังกันมานานหลายเดือนในที่สุด "เพชฌฆาตดัตช์" รุด ฟาน นิสเตลรอย กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ ของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้ทำสัญญา "รีล ดีล" ย้ายไปร่วมทีม รีล มาดริด ยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน เรียบร้อยโรงเรียน ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่าน่าจะตกอยู่ที่ประมาณ 10.2 ล้านปอนด์ หรือ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 714 ล้านบาท)

การย้ายทีมในครั้งนี้ต้องบอกว่าเป็นการยุติศึกชิงนายระหว่าง รีล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ทีมดังในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ไปในที่สุด หลังทั้ง 2 ทีมพยายามเกทัฟบลัฟแหลกมาว่าใกล้ที่จะได้ตัว ดาวยิงดัตช์แมน มาตั้งแต่ที่เจ้าตัวได้ประกาศขอขึ้นบัญชีย้ายทีม

"นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มายืนอยู่ที่ ซานติอาโก้ เบอร์นาบิว" ฟาน นิสเตลรอย ปากหวานทันที หลังผ่านการตรวจร่างกายกับสโมสร และได้เซ็นสัญญา 3 ปี "มันเหมือนฝันเป็นจริงเลยทีเดียว เพราะ รีล มาดริด เป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน นอกจากนี้ ยังมีสุดยอดนักเตะเคยมาเล่นที่นี่ด้วย ดังนั้นจึงเป็นเกียรติสำหรับผมเป็นอย่างมาก"

"เมื่อ รีล มาดริด ให้ความสนใจในตัวคุณ คุณไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมากเลยเพราะคุณย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขา (รีล มาดริด) เป็นสโมสรหมายเลขหนึ่ง ผมจะพยายามเรียนรู้ภาษาสเปนโดยเร็วที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้เพราะการย้ายทีมในครั้งนี้มีความหมายทุกสิ่งทุกอย่างต่อตัวผม ผมอยากจะขอบคุณทุกคนที่ได้ให้ความเชื่อมั่นตลอดจนความเชื่อใจที่พวกเขาได้แสดงต่อตัวเขา ผมจะพยายามทำทุกอย่างจนสุดความสามารถเพื่อทำผลงานออกมาให้ดี" หัวหอกดัตช์แมน ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักเตะ รีล มาดริด เคียงข้าง ราม่อน กัลเดร่อน ประธานสโมสร และ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ประธานกิตติมศักดิ์

ขณะเดียวกัน ดาวยิงดัตช์แมน ยังได้เปิดเผยว่า เขาอดใจไม่ไหวแล้วที่จะได้ร่วมงานกับ เดวิด เบ็คแฮม อดีตมิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากที่เคยร่วมงานด้วยกันในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนที่ "พี่เบ็คส์" จะย้ายออกจากทีม "ปีศาจแดง" เข้าร่วมชายคา รีล มาดริด เมื่อปี 2003

ฟาน นิสเตลรอย เปิดเผยผ่านเว็บไซด์สโมสรว่า "เมื่อตอนที่ เบ็คแฮม ย้ายออกมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาเป็นเพื่อนที่ดีทั้งในและนอกสนาม เนื่องจากมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมด้วยกันแต่ก็หวังว่าเรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นอีกครั้งที่นี่"

เท่านั้นไม่พอ "พี่ม้า" ยังคุยคำโตต่อไปว่า จะสามารถจับคู่กับ โรนัลโด้ หัวหอกชาวบราซิเลียน ได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน โดยกล่าวว่า "ผมอยากจะลงเล่นร่วมกับ โรนัลโด้ เต็มแก่แล้ว เขา (โรนัลโด้) เป็นนักเตะมหัศจรรย์ และสถิติการทำประตูของเขาก็สามารถบ่งบอกคำพูดได้หลายพันคำอยู่แล้ว"

ขณะเดียวกัน อดีตดาวยิง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ยอมรับว่า เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างมากที่ย้ายออกจากทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังอยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 5 ปี ยิงไป 150 ประตูจากการลงสนาม 218 นัด นับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาร่วมทีมเมื่อปี 2001 ด้วยค่าตัว 19 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,330 ล้านบาท) พร้อมกับระบุว่า เขาเริ่มไม่พอใจการตัดสินใจของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม "ปีศาจแดง" นับตั้งแต่ที่ถูกถอดออกจากทีมในนัดชิงชนะเลิศ ศึก คาร์ลิ่ง คัพ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทำให้เขาเริ่มมีปัญหาไม่ลงรอยกับ เฟอร์กูสัน นับตั้งแต่นั้น "

ฟาน นิสเตลรอย เปิดเผยว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนเองตัดสินใจย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามาร่วมทีม "ราชันชุดขาว" เนื่องจากมีความสัมพันธ์ระหองระแหงกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ นับตั้งแต่ที่ถูกถอดเป็นตัวสำรองในเกมคาร์ลิ่ง คัพ รอบชิงชนะเลิศ กับ วีแกน แอธเลติก เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ฟาน นิสเตลรอย ได้เพิ่มเติมว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง เขา กับ เฟอร์กูสัน จบลงอย่างเจ็บปวดอย่างมาก และการย้ายทีมครั้งนี้เป็นเพราะมีปัญหากับ กุนซือชาวสกอตต์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแฟนบอลแต่อย่างใด ซึ่งเขาคิดว่าจะส่งผลดีต่อทุกฝ่ายถ้าว่าหากย้ายออกจากทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ ยืนยันว่า เขาไม่ได้มีความแค้นเคืองกับ เฟอร์กูสัน แม้ว่าความสัมพันธ์จะจบลงแบบนี้ก็ตาม โดยระบุว่า เขามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับทีมตลอดระยะเวลา 5 ปี และจะจดจำช่วงเวลาที่ค้าแข้งอยู่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และแม้เขาไม่ได้บอกลา "เฟอร์กี้" แต่เขาก็เป็นหนี้บุญคุณกุนซือรายนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงย้ายทีมออกมาด้วยความเจ็บปวด

การไม่กินเกาเหลากันระหว่าง ฟาน นิสเตลรอย กับ ปะป๋าแพนด้า เริ่มจุดชนวนขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่ง ดาวยิงหน้าอาชา ถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองและไม่ได้ลงสนามในเกมนัดชิงคาร์ลิ่ง คัพ ที่มิลเลนเนี่ยม สเตเดี้ยม ซึ่งวันนั้น "ท่านเซอร์" ได้ใช้ หลุยส์ ซาฮา ลงสนามแทน รุด ในการจับคู่กับ เวย์น รูนี่ย์ ก่อนที่ทีม "เร้ด เดวิลส์" จะคว้าแชมป์ด้วยการไล่ถล่ม 4-0 จากนั้น "พี่ม้า" ก็โดนถอดเป็นตัวสำรอง 6 นัดติดต่อกัน ก่อนจะมาได้ลงสนามเป็นตัวจริงแถมเป็นกัปตันทีมในเกมพบ เวสต์แฮม และยังยิงประตูชัยได้ด้วย แต่ก็ต้องกลับไปนั่งตบยุงอยู่ข้างสนามอีกครั้ง และไม่ได้ลงเล่น 7 จาก 8 นัด อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็ยังท่องคาถาขันติ ก่อนที่จะฟิวส์ขาด ในเกมสุดท้ายของฤดูกาลกับ ชาร์ลตัน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เมื่อ ดาวยิงดัตช์ ไม่พอใจที่ไม่ได้ลงสนามได้เดินทางออกจากสนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนคิกออฟ 3 ชั่วโมง ซึ่ง "ท่านเซอร์" ได้ประกาศในตอนนั้นว่าจะมีการพิจารณาบทลงโทษทางด้านวินัยกับ รุด อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน มีรายงานสุดพิเศษว่าเบื้องหลังที่แท้จริงที่ ฟาน นิสเตลรอย ไม่มีชื่ออยู่ในทีมในเกมที่พบ ชาร์ลตัน เป็นเพราะมีปัญหากับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมสับในระหว่างการฝึกซ้อม โดยอ้างว่า ดาวยิงเมืองกังหันลม จวก "หนูโด้" ที่มักจะหวงบอลมากจนเกินไป ก่อนจะมีปากเสียงกัน แถมยังมีการระบุว่า พี่รุด ยังได้ไปด่า โรนัลโด้ ว่า ให้วิ่งไปหาพ่อของตัวเอง ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับ "เฟอร์กี้" เป็นอย่างมาก เพราะพ่อของ โรนัลโด้ เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อช่วงต้นฤดูกาล อย่างไรก็ตาม "เดอะรุด" ยืนยันว่าเขาไม่ได้พาดพิงถึงแด๊ดดี้ของหนูโด้ แต่หมายถึง คาร์ลอส เคยรอซ ผู้ช่วยกุนซือทีม แมนฯยูฯ ซึ่งเป็นชาวโปรตุเกสด้วยกันต่างหาก

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำเอา เฟอร์กูสัน ฉุนกึก และได้บอกกับ รุด ว่าจะไม่ได้ลงเล่นในเกมเทสติโมเนี่ยลแมตช์ ของ รอย คีน ซึ่งได้สร้างความเจ็บปวดกับ เจ้าตัวมาก จนถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเขารู้สึกเสียใจและผิดหวังกับการตัดสินใจดังกล่าว

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องราวแห่งความบาดหมางระหว่าง รุด กับ เฟอร์กูสัน จนทำให้มีข่าวว่า 2 ทีมดังยุโรป รีล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค พร้อมที่จะดึงตัวไปร่วมทีมด้วยหลังจบฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี

โดย รีล มาดริด ได้พยายามติดต่อขอซื้อตัวก่อน โดยประเคนค่าตัวให้ แมนฯยูไนเต็ด พิจารณา 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 700 ล้านบาท) แต่ "ท่านเซอร์" ยืนยันจะไม่ปล่อยตัวออกไปจากทีมโดยเด็ดขาดถ้าหากว่าไม่ได้รับค่าตัวตามที่ตั้งเอาไว้ประมาณ 12 ล้านปอนด์ (ประมาณ 840 ล้านบาท) แถม กุนซือชาวสกอตต์ ยังบอกด้วยว่าระดับฝีเกือกของ ฟาน นิสเตลรอย ต้องมีค่าตัวอย่างต่ำ 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) เทียบเท่า อังเดร เชฟเชนโก้ ดาวยิงทีมชาติยูเครน ที่เพิ่งย้ายจาก เอซี มิลาน เข้ามาร่วมทีม เชลซี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตาม รีล มาดริด ก็เชื่อในคำพูดจีบสาวที่ว่า ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก เมื่อได้ยื่นข้อเสนอให้พิจารณาเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่ แมนฯยูไนเต็ด จะโอเคปล่อยให้ รุด ไปตรวจร่างกายกับทีม "ราชันชุดขาว" ในที่สุด

นับจากนี้ไปก็คงต้องรอดูกันต่อไปล่ะว่า ฟาน นิสเตลรอย นักเตะใหม่รายที่ 3 ในช่วงปิดฤดูกาลต่อจาก ฟาบิโอ คันนาวาโร่ และ เอเมอร์สัน จะเป็นอัศวินม้าขาวช่วยให้ รีล มาดริด คว้าแชมป์แรกในรอบ 4 ปีได้หรือเปล่า หรือว่าจะเหมือนในยุคของ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ บริหารทีมในยุค "กาแล็คติกอส" ที่เว้นวรรคจากแชมป์มานาน 3 ปี

รางวัลและเกียรติยศ รุด ฟาน นิสเตลรอย

  • พรีเมียร์ดัตช์ ฤดูกาล 1999-2000, 2000-2001
  • ดัตช์ ซูเปอร์ คัพ ปี 1999, 2000
  • พรีเมียร์ชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2002-03
  • เอฟเอ คัพ ปี 2004
  • ลีก คัพ ฤดูกาล 2005-06
  • คอมมูนิตี้ ชิลด์ ปี 2003
  • ดาวซัลโวสูงสุด พรีเมียร์ดัตช์ ฤดูกาล 1998-1999, 1999-2000
  • ดาวซัลโวสูงสุด พรีเมียร์ชิพ อังกฤษ ฤดูกาล 2002-2003
  • ดาวซัลโวสูงสุด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2001-2002, 2002-2003
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี พรีเมียร์ดัตช์ 1999, 2000
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ปี 2002
  • นักเตะทรงคุณค่าศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2001-2002
  •  รายชื่อนักเตะ

    Goalkeeper
    1. Iker Casillas
    13. Jordi Codina
    25. Jerzy Dudek

    Defender
    2. Míchel Salgado
    3. Pepe
    4. Sergio Ramos
    5. Fabio Cannavaro
    12. Marcelo
    15. Royston Drenthe
    16. Gabriel Heinze
    21. Christoph Metzelder
    22. Miguel Torres

    Midfield
    6. Lassana Diarra*
    8. Fernando Gago
    10. Wesley Sneijder
    11. Arjen Robben
    14. Guti
    18. Ruben De La Red
    23. Rafael van der Vaart
    24. Javi García

    Forward
    7. Raúl (C)
    9. Javier Saviola
    17. Daniel Parejo
    19. Klaas-Jan Huntelaar
    20. Gonzalo Higuaín

                                                              

    edit @ 14 Jan 2009 18:26:35 by •‘3oss’•ï

    edit @ 21 Jan 2009 09:40:29 by •‘3oss’•ï

    edit @ 21 Jan 2009 09:41:51 by •‘3oss’•ï

    edit @ 4 Feb 2009 09:17:11 by •‘3oss’•ï

    เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

    ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก